viroj's profileManInDarkPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 05

    ไม่เสียใจ ที่ได้รักเธอ

     
    October 21

    โจทย์รัก

    ในคืนเหน็บหนาว มองฟ้าไม่เจอแสงใด
    มันไร้ชีวิตทุกอย่างเหมือนตาย เมื่อคนที่รักทิ้งไป
    กลับเป็นเธอที่เดินเข้ามา หยิบยื่นเอาความรักให้
    ช่วยฟื้นชีวิตมาปลุกหัวใจ ให้มีแรงเหมือนเดิม

    ความรักที่แตกสลาย ก่อขึ้นใหม่อีกครั้ง
    ชีวิตที่เคยสิ้นหวังเริ่มจะสดใส
    แต่แล้วในวันนี้ เธอคนเดิมที่เคยจากฉันไป
    กลับมาขอคืนวันเก่าๆ ให้เราเป็นเหมือนเดิม

    หนึ่งคนทิ้งเราให้ตาย อีกคนให้ลมหายใจ
    หนึ่งทางคือรักจริง อีกทางก็รักฝังใจ
    ไม่อยากเสียใครซักคน แต่วันนี้ต้องตัดสินใจ
    โจทย์ความรักจะจบเช่นไร ยังไม่รู้หัวใจตัวเอง

    ถ้ารู้ต้องเป็นแบบนี้ ให้มันตายยังดีซะกว่า
    หลับไม่ต้องฟื้น ดีกว่าตื่นขึ้นมาทำลายใจของใคร

    ความรักที่แตกสลาย ก่อขึ้นใหม่อีกครั้ง
    ชีวิตที่เคยสิ้นหวังเริ่มจะสดใส
    แต่แล้วในวันนี้ เธอคนเดิมที่เคยจากฉันไป
    กลับมาขอคืนวันเก่าๆ ให้เราเป็นเหมือนเดิม

    หนึ่งคนทิ้งเราให้ตาย อีกคนให้ลมหายใจ
    หนึ่งทางคือรักจริง อีกทางก็รักฝังใจ
    ไม่อยากเสียใครซักคน แต่วันนี้ต้องตัดสินใจ
    โจทย์ความรักจะจบเช่นไร ยังไม่รู้หัวใจตัวเอง

    หนึ่งคนทิ้งเราให้ตาย อีกคนให้ลมหายใจ
    หนึ่งทางคือรักจริง อีกทางก็รักฝังใจ
    ไม่อยากเสียใครซักคน แต่วันนี้ต้องตัดสินใจ
    โจทย์ความรักจะจบเช่นไร ยังไม่รู้หัวใจตัวเอง

    โจทย์ความรักจะจบเช่นไร ยังไม่รู้หัวใจตัวเอง

    นาฬิกา แห่งการโกหก

     

    โดนัลด์ รัมเฟลด์ ได้ตายลงและไปยังสวรรค์
    ขณะที่เขานั่งลงหน้าเซนต์ปี
    เตอร์ที่ประตูมุก
    เขามองเห็นกำแพงขนาดมหึมาเต็มไปด้วยนาฬิกาอยู่เบื้องหลั

    เขาจึงถามว่านาฬิกาพวกนั้น มันคืออะไรน่ะ
    เซนต์ปีเตอร์ตอบ มันคือ นาฬิกาแห่งการโกหก

    ทุก ๆ คนบนโลกจะมีนาฬิกานี้คนละ 1 อัน
    เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณโกหก เข็มนาฬิกาของคุณจะเคลื่อนไป
    โอ..' รัมเฟลด์กล่าว 'นั่นมันนาฬิกาของใครกัน'
    นั่นเป็นของแม่ชี เทเรซ่า เห็นมั๊ยว่า
    เข็มนาฬิกาไม่เคยเคลื่อนที่
    ไปเลย
    แสดงว่าหล่อนไม่เคยโกหกเลยสักครั้ง'
    เหลือเชื่อจริง ๆ' รัมเฟลด์ถามต่อ 'แล้วนั่นของใครกันล่ะ'

    เซนต์ปีเตอร์ตอบ ' นั่นคือนาฬิกาของ อับราฮัม ลินคอล์น
    เข็มนาฬิกาเดินไปสองครั้ง บอกให้รู้ว่า อับราฮัมพูดโกหก

    แค่ 2 ครั้งเท่านั้นตลอดชั่วชีวิต
    ของเขา'
    ' เอ๊ะ แล้วนาฬิกาของ ทักษิณ อยู่ไหนกันล่ะ' รัมเฟลด์ถามต่อ
    'อ๋อ นาฬิกาของ ทักษิณ อยู่ในห้องทำงานของพระเยซูน

    ท่านกำลังใช้มันแทนพัดลม เพดาน'

    September 05

    Johnnie Walker

    .....จวนจะสิ้นปีแล้ว.....อากาศก็เริ่มเย็นลงทุกวัน..... โอกาสที่จะเฉลิมฉลองสังสรรค์กัน...ใกล้เข้ามาทุกที
    เลยขอถือโอกาสเอาความรู้เรื่องใกล้ตัวมาแบ่งปันกัน

    Red Label หรือในอดีตชื่อ JW Special Old Highland (เปลี่ยนมาใช้ชื่อ Red Label ในปี 1909)
    เป็นวิสกี้ตระกูล JW ชนิดเดียว ที่ไม่ได้เป็น Scoth Whisky แท้ 100% หากแต่ว่า
    JW เน้นไปที่รสชาดของวิสกี้ ที่สามารถปรับให้เข้าได้กับทุกสถานการณ์ มีทั้งความหวาน ความนุ่ม และความเผ็ดร้อนในเวลาเดียวกัน
    Red Label เป็น Blended Whisky ที่ผ่านการผสมมาจาก Malt และ Blended Whisky 35 ชนิด
    เป็น JW หนึ่งในไม่กี่ชนิด ที่ผลิตออกมาในขนาดที่แตกต่างกันออกไป แต่ทุกขวดจะมีลักษณะเหมือนกันคือ ขวดทรงสี่เหลี่ยม และ ฉลากสีแดงขอบทอง

    สัญลักษณ์เด่นอีกอย่างคือ ไสตรดิ้งแมน หรือกล่องของ Red Label ที่สามารถนำมาเรียงต่อกันกลายเป็นฉลาก Red Label ขนาดใหญ่ได้
    ข้อแนะนำในการดื่ม Red Label สำหรับการดื่ม Red Label นั้น ไม่มีวิธีการดื่มทีแนะนำตายตัวมาจาก JW
    สามารถดื่มผสมกับอะไรก็ได้ กินเพียวก็ได้ หรือจะนำไปทำค๊อกเทลก็ยังได้ บวกด้วยเรื่องของราคา ทำให้ Red Label เป็นเหล้าที่ขายดีที่สุด

    Black Label เป็น Blended Whisky อายุ 12 ปี เป็นวิสกี้ Johnnie Walker ที่เก่าแก่ที่สุด โดยวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 1865
    ในชื่อของ Walker’s Old Highland ก่อนจะมาใช้ชื่อ Extra Special Old Highland ในปี 1906 - 1908
    และสุดท้ายในปี 1909 ก็เปลี่ยนมาใช้ชื่อ Black Label จนถึงทุกวันนี้
    ลักษณะเด่นของ Black คือกลิ่นหอม รมควันถ่านพีท กลิ่นขิงวานิลลา และกลิ่นผลไม่อย่างลูกแพร และแอปเปิ้ล
    และส่วนผสมจาก เกรนและมอลท์ วิสกี้กว่า 40 ชนิด ผสมผสานออกมาเป็น JW Black Label ในปัจจุบัน
    วิธีการดื่ม JW Black Label ที่ดีที่สุด จำกันเอาไว้นะครับ
    Black จะต้องดื่มโดยผสมกับน้ำและน้ำแข็ง เพื่อที่จะทำให้ได้กลิ่นของบุหรี่แห้ง
    กลิ่นของวานิลลา และกลิ่นของผลไม้ ที่จะอบอวลขึ้นมาหลังจากได้สัมผัสกับน้ำ การผสมน้ำจะทำให้ได้รสของวิสกี้ที่ Strong ขึ้น

    Green Label หรือ ในอดีตที่เราคุ้นเคยในชื่อของ JW Pure Malt เป็นวิสกี้น้องใหม่ที่สุดในบรรดา 5 Label ทั้งหมด
    ความพิเศษของวิสกี้ที่หมักบ่มนาน 15 ปีชนิดนี้ อยู่ตรงที่ Green Label เป็นวิสกี้ชนิดเดียวที่มีเพียงส่วนผสมของ Malt Whisky
    โดยไม่มี Grained Whsiky ผสมอยู่เลย แถมส่วนผสมวิสกี้ทั้ง 15 ชนิด ที่นำมา Blended จนกลายเป็น Green Label นั้น
    มาจากแหล่งกำเนิด Whisky ชั้นดีของสก๊อตแลนด์คือ Talisker, Cragganmore, Linkwood, และ Caol Ila
    จนกลายเป็น Pure Malt Green Label ในปัจจุบัน
    วิธีการดื่ม Green Label ให้ได้รสชาติมากที่สุด จำไว้นะครับ ให้กินในแบบของ On the Rock ด้วยการริน Green Label ลงในแก้วพอประมาณก่อน
    หลังจากชิมและรับกลิ่นรมควันจางๆและไอทะเล กลิ่นถังเชอรรี่ รวมถึงผลไม้ชนิดต่างๆ เช่น แอพพริคอท ผิวส้ม พีช บวกกับกลิ่นเปลือกไม้ป่า และหญ้าอ่อน
    หลังจากนั้นจึงใส่น้ำแข็งตามไป 1 - 2 ก้อน จะได้เห็นน้ำมันของวิสกี้ Fusil Oil
    และจะได้รับกลิ่นที่หอมเข้มข้นขึ้นตามลำดับ เมื่อวิสกี้ได้สัมผัสความเย็น
    Green Label มีเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งคือ เมื่อดื่มแล้วรสชาติจะแตกต่างกันทุกครั้ง จากส่วนผสมต่างๆของ Pure Malt ทั้ง 15 ชนิดนั่นเอง

    Gold Label ถูกเปิดตัวขึ้นเมื่อปี 1920 ในโอกาสครบรอบ 100 ปี Johnnie Walker เป็นที่มาของคำว่า Century Blend ที่จารึกอยู่บนฉลากของ Gold ทุกขวด
    วิสกี้หายากทุกชนิดที่ผสมออกมาเป็น Gold มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี รวมทั้งน้ำแร่บริสุทธิ์ และถังสำหรับหมัก รวมทั้งส่วนผสมหลักคือ
    Clynelish ซึ่งเป็นวิสกี้มอลทืที่หายาก และราคาสูง ทำให้เกิดสีทอง ในตัววิสกี้ Gold ขวดนี้
    การดื่ม Gold Label นำไป Frozen หรือ แช่ให้เย็นจัด
    ยิ่งคุณได้สัมผัสมัน ด้วยความเย็นมากเท่าไหร่ รสชาดและกลิ่นของ Gold ขวดนี้ จะยิ่งนุ่มและอบอวลขึ้น
    การจิบควรจิบทีละน้อย และยิ่งถ้าได้ ช๊อกโกแลต มารับประทานด้วยแล้ว
    คุณจะได้สัมผัส ความพิเศษ ว่าทำไม วิสกี้ขวดนี้ จึงได้รับให้ประดับด้วยฉลากสีทอง

    Blue Lable นี่คือการผสมผสานของ เกรนวิสกี้ และ มอลท์วิสกี้ จำนวน 16 ชนิด ที่ต้องบอกว่า แพงที่สุดในโลก เพราะอะไรนั่นหรือ
    เพราะในจำนวน 16 ชนิดดังกล่าว มีบางชนิดที่ผ่านการหมักบ่มมากว่า 60 ปี
    และที่สำคัญ ในจำนวนวิสกี้ 1 ล้านถัง ที่ดิอาจิโอ ทำการผลิต จะมีเพียง 1 หรือ 2 ถัง เท่านั้น ที่นำมาเป็นส่วนผสมของ Blue Label
    ทุกขวดจะมีหมายเลขกำกับ เพื่อแสดงถึงจำนวนที่ผลิตว่า หาได้ยากยิ่งขนาดไหน
    Blue ขวดนี้ จะมีจุกขวดที่ทำจากไม้ก๊อก หุ้มตะกั่วสีทอง มีกล่องบรรจุใส่เป็นสีน้ำเงิน และทอง บุภายในด้วยผ้าซาตินอย่างดี
    การดื่ม จำไว้ว่า ใครอยู่ตรวจบัตรได้ดื่ม Blue แล้ว อย่าเอาไปผสมมิกเซอร์
    ให้คนเขาด่าในใจว่า ไอ้โง่ นะครับ ผมยังด่าในใจเลย เหอะๆๆๆ
    การดื่มที่ดีที่สุด แน่นอนครับ วิสกี้ระดับนี้ จะต้องเป็นการดื่มแบบ จิบวิสกี้ โดยไม่เติมอะไร หรือภาษาบ้านๆก็เรียกว่า ดื่มกันเพียวๆนี่แล่ะครับ
    เจ้าของ JW บอกมาว่า จะให้ดี ควรจะอมน้ำแข็งให้เกิดความเย็นในปาก เมื่อน้ำแข็งละลายหมด จึงค่อยจิบ Blue เข้าไป จะได้รับรสชาดที่ดีที่สุด

    August 20

    เพลงรัก...ถ้าไม่รักก็เขียนไม่ได้...จริงหรือ?

    เพลงรัก...ถ้าไม่รักก็เขียนไม่ได้...จริงหรือ?

    นานแค่ไหนแล้ว ที่ไม่ได้เขียนเพลงรัก ให้คนที่เรารัก

    นั่นสิ คำถามนี้ยังคงค้างใจ

    ก็นานเหมือนกันนะ นานจนเกือบจะลืมไปแล้วว่า

    คำว่า รักในเพลงที่เขียน

    แท้จริงแล้ว มันมีนิยามในความรู้สึกของตัวเองว่ายังไงกันแน่

     

    ไม่น่าแปลกที่คนเขียนเพลงหลายคน

    จะอินกับเพลง กันและกัน ใน รักแห่งสยาม พอๆ กับที่อินกับหนัง

    เพลงโดน หนังโดน เพราะเราแต่ละคนรู้ตัวกันดีอยู่ว่า

    หลายต่อหลายเพลงที่เราขียน

    มันขาดคำว่า รัก ที่มาจากส่วนลึกของตัวเราเอง

     

    เพลงๆนี้ เลยกลายเป็นคำถามที่ย้อนกลับมาว่า

    ถ้า เพลงรัก แท้ๆ ต้อง รัก ถึงจะเขียนได้

    แล้ว เพลงรัก ที่เราเขียนกันอยู่ ณ ขณะนี้ล่ะ

    มันคือ เพลงรัก ที่แท้จริงรึเปล่านะ?

     

    นานมาแล้ว ในช่วงชีวิตหนึ่ง

    ฉันเขียน เพลงรัก ให้คนที่รัก แทบจะทุกเพลง

    เขียนเพลงด้วยความคิดถึง ความเศร้า ความซึ้ง

    ถ่ายทอดทุกความรู้สึกลงในทุกบรรทัดของเพลง

    เพื่อเก็บบันทึกความทรงจำของตัวเอง

     

    ไม่ได้ตั้งใจจะเขียน เพื่อเธอเท่านั้น

    แต่มันก็เขียนเรื่องอื่นไม่ได้จริงๆ นอกจากเรื่องของตัวเอง

    เพราะในช่วงขณะนั้น อารมณ์นั้น

    ทั้งสมอง และหัวใจ มีแต่เรื่องของคนๆเดียวเท่านั้นในใจ

     

    เป็นช่วงเวลาที่เขียนเพลงเร็วตามสั่งไม่ได้

    แต่เขียนเพลงช้าได้ดีที่สุดในชีวิต

    ทุกเพลง ซึ้งที่สุด เศร้าที่สุด แล้วก็โดนใจคนฟังมากที่สุดด้วย

     

    แต่ช่วงเวลานั้นก็ผ่านไปแล้ว...

    มาจนถึงวันนี้ เพลงรัก ที่เขียน

    กลายเป็นเพลงรักที่เขียนให้ความรักของใครต่อใคร

    ถึงจะไม่ได้เขียนออกมาจากใจตัวเอง

    แต่ก็เขียนด้วย ความรัก ไม่ต่างกัน

     

    เพลงรัก...ถ้าไม่รักก็เขียนไม่ได้

    ก็คงจริงนะ เพราะถ้าไม่รู้จักความรักจนลึกซึ้งสุดใจในวันนั้น

    เพลงรักที่เขียน ก็คงไม่มีความรู้สึกรัก ที่จะถ่ายทอดในถ้อยคำได้

     

    ถึงจะเป็นเรื่องของคนอื่น แต่ก็อินไม่ได้ต่างไปจากเรื่องของตัวเอง

    โดยเฉพาะเพลงรัก เพลงล่าสุด เพลงรักเพลงปิดท้ายของปี 2007

    เพลงรัก...ที่เขียนถึง...ความรัก...ที่มี code สั้นๆ

    ส่งมาให้ว่า Forever Love

     

    จนถึงนาทีนี้ ฉันยังคงฟังเพลงรักเพลงนี้ซ้ำไปซ้ำมา

    คงต้องขอบคุณ ความรัก อีกแล้วสิ

    ที่ให้เกิดเพลงรักอีกหนึ่งเพลงนี้ขึ้นมาบนโลกใบนี้

     

     

    เนื้อเพลง รักกันตลอดไป

    ทำนอง : ชาตรี คงสุวรรณ

    คำร้อง : อารียา พีรพงศ์เดชา

    เรียบเรียง : ชาตรี คงสุวรรณ

     

    เรายังมีความรักให้กันหรือเปล่า เธอคงอยากจะถามกันใช่หรือเปล่า

    วันที่เราเปลี่ยวเหงาใจด โลกกลายเป็นสีเทา

     

    เราไม่ได้บอกรักกันนานเท่าไร มันยังดีอยู่ไหม ความรักของเรา

    คำว่ารักที่แสนจะยิ่งใหญ่ มันเปลี่ยนไปหรือเปล่า ถ้าเธออยากถามกัน ฉันจะบอกเธอ

     

    **รัก รักตลอดไป รักไม่มีเปลี่ยนใจ

    แม้โลกจะเปลี่ยนไป ใจฉันยังเหมือนเดิมเสมอ

    รักกันตอลดไป ขอให้เธอมั่นใจ

    แม้นานซักเท่าไร มือฉันจะไม่ยอมปล่อย

    ใจฉันจะไม่ยอมเปลี่ยน ความรักเราไม่เคยเปลี่ยน ในฉันอยู่ที่เธอคนเดียว

     

    ความเป็นจริงไม่เหมือนในเทพนิยาย ไม่ได้มีดอกไม้บนทางของเรา

    แต่ก็อุ่นในหัวใจ และไม่เคยว่างเปล่า

     

    ไม่ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร ไม่ว่วันพรุ่งนี้จะดีหรือเปล่า

    *ไม่ว่าร้อนหรือหวาน หรือมืดมน ก็จะมีสองเรา อยู่ด้วยกันสองคน Hmm...

     

    **รัก รักตลอดไป รักไม่มีเปลี่ยนใจ

    แม้โลกจะเปลี่ยนไป ใจฉันยังเหมือนเดิมเสมอ (เรารักเหมือนเดิมเสมอ)

    รักกันตอลดไป ขอให้เธอมั่นใจ

    แม้นานซักเท่าไร มือฉันจะไม่ยอมปล่อย

    ใจฉันจะไม่ยอมเปลี่ยน ความรักเราไม่เคยเปลี่ยน ในฉันอยู่ที่เธอคนเดียว

     

    บทความนี้ คัดลอกมาจาก

    http://www.quamruq.com/memory/?p=81

    ต้องขอขอบคุณด้วยคับสำหรับบทความดีดีต่อหัวใจคนทุกคน

    April 25

    Close

    March 24

    กุญแจที่หายไป

    วันก่อนได้ดูละครเรื่อง***(โดนห้ามโฆษณาซะนี้)

     

    เป็นจังหวะที่นางเอกมีปัญหาไม่สบายใจเข้าไปหา

    ซึ่งพระองค์หนึ่งกำลังเดินหาของอยู่ที่ลานวัด

     

    นางเอก : หลวงพี่กำลังหาอะไรอยู่ค่ะ

    พระ : อาตมากำลังหากุญแจอยู่

    นางเอก : งั้นเดี่ยวช่วยหานะค่ะ

    ช่วยกันหาอยู่พักนึง

    นางเอก : แล้วหลวงพี่จำได้ไหมค่ะว่าเห็นครั้งสุดท้ายที่ไหน

    พระ : อืมที่อาตมาจำได้ ก็คือมันหลุดหล่นลงไปใต้กุฏิ

    นางเอก : อ้อค่ะ   เอ๊ะ!! แล้วทำไมหลวงพี่ที่มาหาที่ลานวัดล่ะค่ะ

    พระ : อ้อพอดีตรงนี้มันสว่างน่ะจะได้เห็นชัดๆ ใต้กุฏิมันมืด

    นางเอก : แล้วอย่างนี้จะหาเจอไหมค่ะ ในเมื่อมันอยู่ใต้กุฎิไม่ได้อยู่ที่ลานวัด

    พระ : เอ้อนั่นสิน่ะ  ของหายที่ไหนต้องหาตรงนั้น ถ้าไปที่อื่นมันคงไม่มีทางเจอสินะ

     

    เกริ่นมาตั้งยาว

    แค่ได้ฟังบทสนทนานี้ (ฟังจริงๆนะเพราะตากับมือนั่งเล่นเกมส์อยู่อุอุ)

    ถ้าให้เรานึกสิ่งที่เรากำลังตามหาอยู่เหมือนกัน

     

    เราเองก็ได้ฝากกุญแจของเราไว้กับคนคนนึง

    แต่อยู่มาวันนึงเค้าบอกว่าได้ทำกุญแจหายไปแล้ว

    ซึ่งเราก็ได้พยายามถามแล้วนะทำหายที่ไหนหายได้ยังไง

    ซึ่งเค้าเองก็ตอบไม่ได้

    เราเองได้พยายามหากับเค้าอยู่พักนึง แต่ด้วยความที่ตรงนั้นมันมืด

    เรากลับได้ลองไปถามหากุญแจดอกนี้กับคนอื่น

    ซึ่งแต่ล่ะคนก็มีกุญแจของตัวเอง

    ซึ่งบ้างอันมันก็ต่างกันมากเราก็ไม่ใส่ใจ

    บ้างอันก็คล้ายกันมาก ซึ่งทำให้เราหลงคิดว่ามันคือกุญแจดอกนั้น

    แต่ท้ายสุดมันก็ไม่ใช่

     

    จนมาวันที่เราได้ยินบทสนทนาข้างต้นทำให้เราคิดได้

    ในเมื่อเราฝากมันไว้ที่ใครเราก็น่าจะไปหากับเค้า

    ไม่ใช่เห็นที่ไหนสว่าง เราก็ไปหาที่ตรงนั้น

    ซึ่งการทำอย่างนี้ไม่มีวันเจอ    สิ่งที่เราต้องการหรอก

     

    ถ้าเค้าคนนั้นได้มาอ่าน ก็ขอให้รู้นะว่าเราพร้อมจะกลับไปหากุญแจกับเธออีก

     

    B.L.K.

    March 19

    กลับมาซักครั้ง

     

    อยู่ตรงไหนรู้ไว้มีคนที่ห่วงอยู่ อยากให้รู้ฉันรักเธอเช่นเคย
    จากกันไปนานเพียงไหน ฉันรักเธออย่างเคย พร้อมจะเอ่ยๆคำว่าเข้าใจ

    เจ็บเพียงไหน ฉันพร้อมยังยอมจะเจ็บกว่า เหนื่อยและล้าแค่ไหนในรักใหม่
    กลับมาหาฉันสักครั้ง ฉันพร้อมจะปลอบใจ แล้วเมื่อไหร่อยากร้างก็ลากัน

    กลับมาหาสักครั้งถ้าเธอสับสน กลับมาค้นพบรักแท้ในรักฉัน
    กลับมาซับน้ำตา มาลืมความไหวหวั่น ถ่ายเทฝันในคืนวันที่ร้ายแรง

    อยู่ตรงไหนรู้ไว้มีคนที่เจ็บกว่า เหม่อมองฟ้าหารักไปทุกแห่ง
    อยู่ตรงไหนคืนมาหา หาฉันยามอ่อนแรง ฉันจะแบ่งแบกทุกข์ในใจเธอ

    กลับมาหาสักครั้งถ้าเธอสับสน กลับมาค้นพบรักแท้ในรักฉัน
    กลับมาซับน้ำตา มาลืมความไหวหวั่น ถ่ายเทฝันในคืนวันที่ร้ายแรง

    อยู่ตรงไหนรู้ไว้มีคนที่เจ็บกว่า เหม่อมองฟ้าหารักไปทุกแห่ง
    อยู่ตรงไหนคืนมาหา หาฉันยามอ่อนแรง ฉันจะแบ่งแบกทุกข์ในใจเธอ

    กลับมาหาฉันสักครั้ง ฉันพร้อมจะปลอบเธอ น้ำตาเอ่อกับฉันคนเดียวพอ


    เพลงนี้เราขอมอบให้ เจ้าหญิงแห่งแสงของเรา นะ
    แต่เราก็รู้เธอคงไม่ได้มาอ่านหรอกแต่เราก็อยากทำให้เธอ
    ให้เธอเพียงผู้เดียว

    Man In Dark  &  Princess of Light

    October 02

    คนบางคนเกิดมา เพื่อให้เรารัก แต่ไม่ได้เกิดมา เพื่อรักเรา

    คนบางคนเกิดมา เพื่อให้เรารัก แต่ไม่ได้เกิดมา เพื่อรักเรา
    คนบางคนเกิดมา เพื่อรักเรา แต่ไม่ได้เกิดมา เพื่อให้เรารัก
    เมื่อเราต้องเลือกระหว่าง คนที่เรารัก กับคนที่รักเรา เราจะเลือกใคร
    ถ้าเราเลือก คนที่เรารัก เราจะได้พบกับ ความสุขจากการเป็นผู้ให้
    ถ้าเราเลือก คนที่รักเรา เราจะได้พบกับ ความสุขจากการเป็นผู้รับ
    แต่ถ้าเราต้องการความสุขที่แท้จริง ต้องเลือก คนที่เรารัก และ รักเรา
    คนสองคน มีความคิด มีความแตกต่างกันมากมายหลายอย่าง
    อย่าคิดที่จะเปลี่ยนคนๆ นึงให้เป็นเหมือนกับเรา
    สิ่งที่เราพอทำได้ นั่นก็คือ การปรับคนสองคนเข้าหากัน
    ความรัก ไม่ใช่การเข้าไปอยู่ในชีวิตเขา แต่เป็นการอยู่ข้างๆ ชีวิตเขา
    ความรัก ไม่ใช่การอยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่เป็นการอยู่ด้วยกันตลอดไป
    ความรัก เป็นส่วนผสมของรอยยิ้ม คราบน้ำตา สุขสมหวัง ทุกข์เศร้าเสียใจ
    คละเคล้ากันไป เราไม่สามารถเลือกเพียงสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้
    แต่เราจะได้รับทั้งหมดของความรัก ไม่ว่าเราจะต้องการหรือไม่ก็ตาม
    บางครั้งความรัก ให้ภาพความทรงจำที่สวยงาม
    แต่ในบางครั้ง ความรัก ก็ให้ภาพความหลังที่ฝังใจ
    แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ทุกครั้งที่เรามีความรัก เราก็รู้สึกดีไม่ใช่หรือ
    แต่ถ้าวันนึง เราได้พบกับรักแท้ที่จริงใจ
    เราก็จะรู้สึกดีกับความรักตลอดไป

    September 07

    ความสุขของในหลวง

     

    บทคัดลอกจากฟอเวิล์ดเมล

    และคิดว่าควรถึงเวลาแล้วที่เรา(คนไทยทุกคน)

    ควรทำอะไรซักอย่าง

    เพื่อในหลวงอันเป็นที่รักยิ่งของเรา...

     

    ความสุขของพระมหากษัตริย์

    หนึ่งปีที่ผ่านมา......

    เราใส่เสื้อเหลือง

    เราใส่สายรัดข้อมือสีเหลือง

    คนนับแสนไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆ

    หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมเพื่อจะได้เห็นพระพักตร์

    ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงไม่กี่นาที

     

    วันนั้น

    ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเสื่อมศรัทธาในระบบการปกครองโดยมี

    พระมหากษัตริย์เป็นประมุข

    เราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆ

    ประเทศหนึ่งที่คนทั้งชาติยังซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรี

    และพระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย

     

    .....สิบสองปีที่ผ่านมา......

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วย

    โรคหัวใจเพราะทรงงานหนักเกินไป

    ในขณะเดียวกัน  สมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนักอยู่

      โรงพยาบาลศิริราชเช่นกัน

     

    เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จ

    พระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมพระราชชนนีไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวาย

    พระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่พระอุระ

    และในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือม้วนแผนที่กรุงเทพฯ

    เพราะน้ำกำลังท่วมกรุงอยู่

     

    ...ยังจำกันได้ไหม***?”

    ......34  ปีที่ผ่านมา.....

     

    วันที่  14  ตุลาคม  พ.ศ.2516

    เป็นครั้งแรกในรัชกาลที่เกิดวิกฤติด้านการเมืองรุนแรงที่สุด

     

    วันนั้น

    นิสิตนักศึกษาและประชาชนนับหมื่นนับแสนเดินขบวนประท้วงรัฐบาล

    เหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งขึ้น  ตำรวจทหารยิงประชาชน

    ในขณะที่นิสิตนักศึกษาก็เผาสถานที่ราชการ

    เกิดกลียุคทุกหย่อมหญ้า  คนไทยฆ่าคนไทยด้วยกันเอง

     

    คืนนั้น  สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดจากพระราชวังสวนจิตรลดา

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสกับคนไทยทุกคนว่า

    คนไทยจะฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ได้  ทุกอย่างต้องสงบโดยฉับพลัน

    และทุกอย่างก็สงบโดยฉับพลัน

    หลังจากนั้นไม่นาน  มีฝรั่งคนหนึ่งมาถามผมว่า

    เป็นไปได้อย่างไร  ที่คนๆ เดียวจะมีอำนาจเหนือคนทั้งประเทศได้อย่างนั้น

    ผมไม่ได้ตอบ

    แต่ตอนนั้นใจผมคิดถึงประโยคที่  มรว.คึกฤทธิ์  ปราโมชฯ

    ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BBC ว่า  พระองค์ทรงเป็น

    SOUL OF THE NATION  หรือ

    จิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ

     

     

    ยังจำกันได้ไหม

     

    แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่

    เรากำลังฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้

    เราสร้าง กฎหมู่  ให้เหนือ  กฎหมาย

    เราเดินขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย

    เราก้าวร้าวต่อกัน  เราแตกแยกกัน

     

    80 ชันษาของพระองค์ท่าน

    หากเปรียบเทียบกับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่

    ได้รับการดูแลและระมัดระวังเป็นพิเศษ

    ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก

    หรือกระทบกระเทือนใจแต่อย่างใด

     

    และทั้งโลกกำลังจับตามองเราอยู่

    เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา

    จะทรงเสียพระทัยเพียงใด

     

    แต่กลับเป็นว่า  ในปีที่ครบ 80 ชันษา

    ของพระองค์ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา  ทั้งๆ

    ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะแพทย์

    พระองค์ต้องรับทุกข์ของคนไทยทั้งชาติ

    ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้

    ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ่โตสวยงาม

    แห่ล้อมด้วยข้าราชบริพาร

     

    หากแต่ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือ

    เมื่อประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกัน  รู้จักความพอเพียง  และมีสติ

     

    เพียงเท่านี้เอง!!

    June 14

    ความรักเหมือนน้ำเปล่า

      

    ความรักกับน้ำเปล่า

     

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... ถึงไม่มีรสชาติแต่ก็ขาดไม่ได้
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... บางครั้งเราก็ต้องการมากแต่บางครั้งมันก็น่าเบื่อ
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... มันทำให้เรารู้สึกสดชื่นและมีกำลังใจจะทำอะไรต่อ
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... มันอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไร

     

    แต่มันกลับมีอิทธิพลต่อชีวิตเรามาก

     

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... น้อยไปก็กระหาย มากไปก็เอียน
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... ยิ่งห่างเหินมันนานเท่าไร ยิ่งกระหายมันมากเท่านั้น

     

    ใครจะ "ขัดขวาง" ความรัก คงจะไม่สำเร็จอย่างที่คิด
    ใครจะ "ตัดใจ" จากความรัก คงจะทำไม่ได้เช่นกัน

     

    หรือใครที่คิดจะ "ลืม" ความรักล่ะก็ ไม่มีทาง

     

    เหมือนกับน้ำเปล่า

     

    คุณลืมน้ำเปล่าได้หรือ ?

     

    อย่าเข้าใจว่า ความรักคือน้ำหวาน หรือน้ำอัดลมซ่าๆ

     

    มันจะเป็นเพียงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น ถ้ามันเป็นรักแท้ ...

     

    แม้น้ำเปล่า จะซาบซ่า ไม่เทียบเท่าน้ำหวาน หรือน้ำอัดลม
    แม้น้ำเปล่าจะไร้น้ำตาลซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพลัง
    แต่น้ำเปล่า มันแทบไม่มีผลข้างเคียงเลย

     

    มันรักษาคุณค่าเอาไว้ได้ดีกว่าน้ำใดๆ
    น้ำเปล่า เจอกับเกลือ มันก็ละลายเกลือ
    เหมือนกับรักแท้ ...

     

    คนที่รักคุณจริงๆ เมื่อคุณเจอกับความทุกข์
    เขาก็จะพยายามรับความทุกข์จากคุณไว้ให้มากที่สุด

     

      

    June 11

    ความทรงจำที่มากับฝน

    ความทรงจำที่มากับฝน

    ฉันมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันรักมาก มากอย่างที่ไม่เคยรักใครเท่าเธอคนนี้มาก่อน มากอย่างที่จะไม่มีวันรักใครเท่าเธอคนนี้อีก เพราะมันเป็นความรักที่มากเกินไป มากจนทำร้ายตัวเอง
    เริ่มปีที่ 9 ที่เรารักกัน ฉันทำให้นิยายรักของสองเรามันจบลงอย่างถาวร ด้วยการทำในสิ่งที่ฝืนใจตัวเองที่สุดในชีวิต นั่นคือการบอกลาเธอที่ฉันรัก บอกลาทั้ง ๆ ที่ยังรักอยู่เต็มหัวใจ
    คิดถึงทุกสิ่งที่เราร่วมสร้าง เวลาแห่งความสุข อุปสรรคที่เราต่างร่วมกันฟันฝ่ากว่าที่จะได้มีกัน ความรักที่คนอย่างฉันมี
    ให้กับเธอ เธอเท่านั้นที่รู้ดีกว่าใคร ๆ ว่าฉันจะเจ็บปวดและทรมานเท่าไหร่ในการบอกกับเธอว่า...ลาก่อน
    ผู้หญิงคนเดียวในโลกที่มีอิทธิพลอย่างมากมายต่อจิตใจและความรู้สึกของฉัน ผู้หญิงคนเดียวในโลกที่ฉันยอมสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างเพียงเพื่อให้มีเธออยู่ ผู้หญิงคนเดียวในโลกที่เมื่อฉันต้องสูญเสียเธอไปแล้วทำให้ฉันรู้สึกว่าชีวิตฉันมันไม่เหลืออะไรเลย เธอจากไปพร้อมกับเอาความหมายของชีวิตฉันให้หายไปด้วย

    วันฝนตกกับภาพอดีต ฉันพบเธอครั้งแรก เดทครั้งแรก วันที่เราบอกรัก วันที่เธอหนีแม่มาหาฉัน วันแรกที่เราผูกพัน...ทางกาย วันที่ฉันเข้าไปขอเธอกับแม่ของเธอ วันที่พ่อเธอมาอาละวาดใส่ฉันและ...วันที่ฉันบอกลาเธอ ทุก ๆ วันเป็นวันที่ฝนตก
    ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เธอซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์ของฉัน เราขี่รถตากฝนด้วยกัน แม้ฝนจะตกหนัก สายลมจะรุนแรง เหน็บหนาวสักแค่ไหนก็มีเราเคียงข้างไปด้วยกันเสมอ พายุจะรุนแรงสักเท่าไหร่เธอก็อบอุนอยู่ในอ้อมแขนฉัน ฟ้าจะร้องคำรามจนแผ่นดินสะเทือนสักเพียงไหนเธอก็ปลอดภัยในอ้อมกอดฉัน
    ครั้งหนึ่งเธอถูกแม่กักไว้ไม่ให้พบกับฉัน สายฝนเทลงมาไม่ขาด ฉันยืนตากฝนอยู่นอกบ้าน มองเธอที่ยืนเกาะหน้าต่างมองฉันอยู่ แม้กำแพงจะกั้นกลางสายฝนจะขวางทางแต่ใจของเราก็ส่งถึงกัน สื่อความรักไปถึงกัน หนาวกายแต่อบอุ่นที่หัวใจ
    วันนี้ท้องฟ้ามืดครึ้มไปด้วยเมฆฝนหลงฤดู ลมแรง เสียงฟ้าคำรามลั่น ฉันคิดถึงเธอ ฝนแรงฟ้าคำรามอย่างนี้เธอยังกลัวอยู่หรือเปล่า ในอ้อมกอดเขาจะทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเท่าฉันไหม
    ฉันออกไปยืนตากฝน ภาพอดีตของเราผุดขึ้นในจิตสำนึก ชัดเจนในหัวใจ สายฝนที่เย็นฉ่ำ ตอกย้ำให้เจ็บลึกว่าวันคืนเหล่านั้นจะไม่มีวันคืนมาอีกแล้ว ฝนเม็ดเล็ก ๆ หยดจากนัยน์ตาทั้งสองข้าง ร่างกายเปียกปอนไปด้วยเม็ดฝน มีฉันคนเดียว เดียวดาย หนาวกายสะท้านไปจนถึงก้นบึ้งแห่งหัวใจ

    ฉันคิดถึงเธอ

    March 09

    ก่อนตาย

    เราทุกคนก็คงรู้วันเกิด แต่มีสักกี่คนที่รู้วันตาย
    ก่อนทุกอย่างของฉันจะสายเกินไป แม้อะไรดีๆมีไม่เท่าไหร่ แต่จะขอใช้สักวัน

    เรื่องหัวนอนปลายเท้า ไม่ค่อยจะมี แต่หัวใจยังดี ฉันขอยืนยัน
    ไม่เคยแบ่งให้ใครเก็บไว้มานาน ขอให้มันเป็นวันที่ฉันได้บอก บอกเธอให้รู้สักที

    ยินดีให้เธอรับไป ภูมิใจที่จะรับฟัง ได้เกิดมาหนึ่งครั้ง ฉันยังไม่ทำในสิ่งนี้
    ถ้าหากพรุ่งนี้ฉันตาย ก็คงจะไม่เสียที ชีวิตฉันถึงมันไม่ค่อยรักดี วันนี้ฉันยังได้รักเธอ

    ไม่จำเป็นต้องรู้ พรุ่งนี้เป็นไง มันจะเกิดอะไร ฉันพร้อมจะเจอ
    หากต้องจากกันไกล ใจฉันมีเธอ ฉันเป็นคนๆนึงที่ไม่เลิศเลอ แต่ความรักแท้ยังมี

    ยินดีให้เธอรับไป ภูมิใจที่จะรับฟัง ได้เกิดมาหนึ่งครั้ง ฉันยังไม่ทำในสิ่งนี้
    ถ้าหากพรุ่งนี้ฉันตาย ก็คงจะไม่เสียที ชีวิตฉันถึงมันไม่ค่อยรักดี วันนี้ฉันยังได้รักเธอ

    คำว่ารักเธอ หลุดออกจากปากจากฉันไป ก่อนจะหายไป มั่นใจแล้วว่ามันดี
    คำว่ารักเธอ ที่หลุดออกจากหัวใจ ก่อนที่ฉันตาย ขอให้ได้พูดคำนี้

    ยินดีให้เธอรับไป ภูมิใจที่จะรับฟัง ได้เกิดมาหนึ่งครั้ง ฉันยังไม่ทำในสิ่งนี้
    ถ้าหากพรุ่งนี้ฉันตาย ก็คงจะไม่เสียที ชีวิตฉันถึงมันไม่ค่อยรักดี วันนี้ฉันยังได้รักเธอ

    ยินดีให้เธอรับไป ภูมิใจที่จะรับฟัง ได้เกิดมาหนึ่งครั้ง ฉันยังไม่ทำในสิ่งนี้
    ถ้าหากพรุ่งนี้ฉันตาย ก็คงจะไม่เสียที ชีวิตฉันถึงมันไม่ค่อยรักดี วันนี้ฉันยังได้รักเธอ

    ยินดีให้เธอรับไป ภูมิใจที่จะรับฟัง ได้เกิดมาหนึ่งครั้ง ฉันยังไม่ทำในสิ่งนี้
    ถ้าหากพรุ่งนี้ฉันตาย ก็คงจะไม่เสียที ชีวิตฉันถึงมันไม่ค่อยรักดี วันนี้ฉันยังได้รักเธอ

    February 07

    รักของเราจะเป็นอย่างนี้

    " รักเราเหมือนสารกัมมันตรังสี
     
    อาจมีวันน้อยลง แต่ไม่มีวันหมด

    เธอแผ่รังสีแกมม่าแห่งความรัก
     
    ทะลุทะลวงเข้าสู่ใจฉัน

    ถ้าเธอเป็นนิวเคลียส ฉันจะเป็นอิเล็กตรอน

    เฝ้าวนเวียนอยู่รอบเธอไม่ห่าง

    ฉันเป็นประจุลบ ที่วิ่งเข้าหาสนาม
     
    ความงามของประจุบวกอย่างเธอ

    ถ้ารังสีแคโทด บ่งบอกความรู้สึกของฉัน


    ทอมป์สันคงไม่มีวันพบอิเล็กตรอน

    เพราะสิ่งที่จะปรากฏบนฉากคือหัวใจที่เต็มไปด้วยรัก

    ความรักฉันต่อเธอเหมือนโลหะหนัก

    สะสมไปทีละน้อยจนกว่าจะมากพอ
     
    แสดงอาการให้เธอเห็น

    ความรักของเรา2 =
    (ความรักเธอ)2 + (ความรักฉัน)2

    + 2(ความรักเธอ)(ความรักฉัน)
     cos(ความผูกพัน)


    ปฏิกิริยาฟิวชันหลอมรวมความรักของเราเอาไว้ด้วยกัน

    ความรักและความเกลียดเป็นไปตามสมการ E = mc2

    เมื่อเราให้ E เป็นความรัก และ m เป็นความเกลียด

    ความเกลียดที่หายไป
    จะก่อให้เกิดความรักมากมายมหาศาล

    ความผูกพันระหว่างเพื่อนเหมือน
    พันธะไฮโดรเจน

    แข็งแรง ทำลายยาก

    เพื่อนกันเชื่อมกันด้วยพันธะโลหะ
    ยืดหยุ่นได้ แต่ไม่แยกจากกัน

    พวกเราคือกรดอะมิโน ถูกสังเคราะห์ขึ้น

    February 03

    เขียนใจให้เป็นเพลง

     

    ถึงเธอคนเดียวที่แสนดีที่สำคัญเสมอ

    เขียนใจให้เป็นเพลงของเธอไม่รู้ว่าใจเธอจะรับได้ไหม

     

    เพลงที่หมายจะให้ดี ให้เหมือนที่รู้สึกให้ลึกซึ้งกว่าเพลงใดๆ

    เพลงที่หวังว่าจะต้องโดนใจเธอจนถึงวันสุดท้าย

    ในที่สุดก็ได้เท่านี้เอง เพลงพิเศษจากใจถึงใจ

    มีก็แต่คำที่ซ้ำมาซ้ำไป คำใหม่ๆไม่มีซักคำ

     

    ทั้งที่หมายจะให้ดีให้เหมือนที่รู้สึกให้ลึกซึ้งกว่าเพลงใดๆ

    ทั้งๆที่หวังจะต้องโดนใจเธอจนถึงวันสุดท้าย

    แต่ในที่สุดก็ได้เท่านี้เอง เพลงพิเศษจากใจถึงใจ

    มีก็แต่คำที่ซ้ำมาซ้ำไป คำใหม่ๆไม่มีซักคำ

     

    สารภาพว่าได้แค่นี้เอง เพลงที่แต่งด้วยใจทั้งใจ

    วอนเธออย่าโกรธ โทษคำที่ซ้ำมาก็ซ้ำไป

    คำเพ้อเจ้อแต่จริงทุกคำ

    เพลงอาไรมีแต่คำว่ารัก

     

     

    December 16

    เจ็บไหม(หัดจำบ้างสิ)

    เคยมีใครสักคนได้บอกฉันมา

    ว่าเวลาใครทำกับเราให้เจ็บช้ำใจ

    ให้เก็บก้อนหินขึ้นมาสักอัน

    ถือมันอยู่อย่างนั้นและบีบมันไว้

     

    บีบให้แรงจนสุดแรงให้มือทั้งมือมันเริ่มสั่น

    ใครคนนั้นยิ้มให้ฉันไม่เท่ากับเธอเจ็บมือใช่มั้ย

     

    ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง

    ให้เธอคิดเอาเองว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร

    ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ

    ถูกเค้าทำร้ายเพราะใจเธอแบกรับมันเอง

     

    ใครมาทำกับเธอให้เจ็บหัวใจ

    แค่ให้ก้อนหินก้อนนั้นที่เธอรับมา

    เพียงเธอจับมันโยนให้ไกลสายตา

    หรือเธอปรารถนาจะเก็บมันไว้

     

    หากยังยอมยังแบกไป หัวใจของเธอก็ต้องสั่น

    หากยังทำตัวแบบนั้น เธอไม่ปวดใจใช่มั้ย

     

    ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง

    ให้เธอคิดเอาเองว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร

    ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ

    ถูกเค้าทำร้ายเพราะใจเธอแบกรับมันเอง

     

    ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง

    ให้เธอคิดเอาเองว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร

    ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ

    ถูกเค้าทำร้ายเพราะใจเธอแบกรับมันเอง

     

     

    ถูกเค้าทำร้ายเพราะใจเธอรับไว้เอง

    November 28

    ความฝัน ความหวัง

     

     

     

     

    ฝันของเค้าดูยิ่งใหญ่

    และคงต้องดิ้นรนอีกไกล

    ผ่านห้วงเวลาที่มีคำตอบ

    ซึ่งแสนจะกลิ้งกลอก

     

    ฝันของเค้าคือปัจจัย

    เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก

    เป็นรากฐานของทุกสรรพชีวิต

    แต่ไม่ยิ่งใหญ่

     

    บางครั้งมันอาจจะดูไร้ค่า ไร้ค่า

    และถูกโยนทิ้งโดยปราศจากความกล้า

    มันอาจจะไม่ชัดเจนในจิตสำนึก

    ซึ่งดูเหมือนไร้กฎเกณฑ์  กฎเกณฑ์

     

    เค้าเก็บความฝันที่หล่นหาย

    เปลี่ยนมันให้มีความหมาย  ความหมาย

    เป็นรากฐานของทุกสรรพชีวิต

    ซึ่งคนส่วนใหญ่

     

    ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ

     

     

    October 31

    ความทรงจำสีจางๆ

    มาอัพแย้วๆ
    หลังจากไม่ได้อัพมาเป็นเวลานานมากๆ
     
    เหนื่อยมากๆเลยช่วงนี้
    งานก็หนัก  หนักทั้งกายหนักทั้งใจ
     
    ถ้าในเวลานี้มีใครซักคนอยู่ข้างๆก็คงดีไม่น้อยนะ
    ถ้าตอนนี้เค้ายังอยู่ทุกอย่างก็อาจจะดีกว่า
    แต่เราอาจจะมาไม่ถึง ณ จุดนี้ก็ได้
     
    เพราะเค้าทำให้เราสิ้นหวัง
    เพราะเค้าทำให้เราล้มลง
    เพราะเค้าทำให้เราลุกขึ้นอีกครั้ง
    เพราะเค้าทำให้เรามีหวัง(หวังไปคนเดียวเถอะ)
    เพราะเค้าทำให้เรามีความพยายาม
    เพราะเค้าทำให้เราเปลี่ยนแปลงไป
     
     
    เพราะเค้าทำให้เรามีวันนี้
    ถึงมันจะเริ่มมาจากความผิดหวัง
    แล้วเรายังต้องเสียใจจนทุกวันนี้
    แต่เราก็ไม่เคยคิดจะลืมมันซะที
    ความทรงจำสีจางๆ  แต่ก็ไม่เคยลบเลือน
    อยากจะบอกนะ............แต่พูดแค่ในใจก็พอ
    ไม่ต้องให้ใครรับรู้
    ขอแบกความรู้สึกเหล่านี้ไว้เองดีกว่า
    จะไม่กวนเค้าอีกแล้ว
    จะไม่ทำให้เค้าลำบากใจ
    จะไม่ยุ่งจะไม่วุ่นวายกับเค้าอีก
     
     
    แต่ขอนะความฝันที่เธอให้กับเราเป็นครั้งสุดท้าย
    เพราะมัน  มันทำให้เรามีวันนี้
    และมันจะทำให้เรามีวันพรุ่งนี้และวันต่อๆไป
    ขอบคุณ
     
    B.L.K.
     
    September 22

    ไม่ขอเป็นคนสุดท้าย


    มีคนเคยให้นิยามของคำว่า “รัก” ไว้มากมาย
    รัก คือ การให้
    รัก คือ การเสียสละ
    รัก คือ ความสุข ความทุกข์ ความเศร้า
    รัก คือ ความบริสุทธิ์ใจในรัก
    รัก คือ รัก


    แล้วความรักของผมเล่า คือ อะไร ? คือความเห็นแก่ตัวใช่ไหม หรือ เพราะความถูกต้อง
    ผมเกิดมาในครอบครัวชนบท มีพี่น้องสองคน ผมเป็นพี่ชายคนโต มีน้องสาวหนึ่งคน ซึ่งตอนนี้เธอแต่งงานไปแล้ว ส่วนผม มีผู้หญิงที่กำลังคบอยู่ เราพักอยู่ด้วยกันแต่ยังไม่แต่งงาน ญาติทั้งสองฝ่ายต่างรับรู้ เรื่องที่เราอยู่ด้วยกัน เราคบกันมาเกือบสามปีแล้ว ตลอดระยะเวลาที่
    คบกัน เธอเป็นคนดีมาก ตามใจผม ทุกอย่าง ร่วมสุข ร่วมทุกข์กับผม มาโดยตลอด ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เคยทำอะไรให้ผม เสียสละทุกอย่างเพื่อผมมายังไงก็ยังคงทำอยู่ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ผมไม่เคยคิดมีผู้หญิงคนใหม่ และซื่อสัตย์ กับเธอมาโดยตลอด จนกระทั่ง
    วันหนึ่งมีพนักงานใหม่ย้ายเข้ามาอยู่ในสายงานที่ผมทำอยู่เราทำงานร่วมกัน มีปัญหาก็ช่วยกันแก้ไข ความสัมพันธ์ที่ดีกำลังเริ่มต้นขึ้นโดยที่ผมไม่รู้ตัว เราเริ่มไปทานข้าวด้วยกัน ไปงานต่างๆ ด้วยกัน
    มีเวลาให้ครอบครัวน้อยลง แต่มีเวลาให้งานมากขึ้น และแล้วผมก็เริ่มมีความคิดที่ไกลเกินกว่าคำว่าเพื่อนกับเธอ ซึ่งเกิดขึ้นตอนไหน ผมไม่ทราบได้ และคิดว่าเธอก็เช่นกัน เธอเป็นผู้ใหญ่กว่าผมมาก อายุเยอะกว่า เข้าใจผมทุกอย่าง เป็นผู้หญิงในอุดมคติที่ผมเคยจินตนาการไว้ ดังนั้น
    ผมจึงโดนศรรักปักอกเข้ากลางใจเต็มๆ ในระยะเวลาไม่นาน
    สามเดือนต่อมาวันที่ผมรอคอยก็มาถึง เราไปงานด้วยกันสองต่อสองกลับดึกมาก และผมจึงตัดสินใจบอกรักเธอ เราจึงมีอะไรกันในคืนนั้น เราเริ่มมีความสัมพันธ์กันบ่อยขึ้น ห่างครอบครัวและผู้หญิงที่คบกันมาเกือบสามปีมากขึ้น ผู้หญิงที่ผมคบมาเกือบสามปีนั้น พอนานวันเข้าเธอเริ่มสงสัย และซักถามผมเมื่อผมกลับบ้านดึก เริ่มจู้จี้ ขี้บ่น ตอนนั้นผมยอมรับว่ารำคาญและเบื่อเธอมาก ผมจะเดินหนีทุกครั้งที่เธอทำอย่างนั้น แต่เธอก็ยิ่งสงสัยและยิ่งตามผมเรื่อยๆ จับผิด ต่างๆ สารพัดที่จะทำ จนวันหนึ่งก็มาถึง วันที่ผมทนไม่ได้ อีกต่อไป ผมกดดันมากถึงขีดสุด
    จึงตัดสินใจบอกเลิกกับเธอไปเธอเสียใจมาก ถึงกับร้องไห้โฮ ออกมา ตั้งแต่คบกันมาผมไม่เคย
    ทำให้เธอเสียใจหรือร้องให้มากขนาดนี้ อาจเป็นเพราะโดยปกติเธอเป็นคนร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอด ผมเห็นน้ำตาผู้หญิงทีไร พะผ่าสิ ผมใจอ่อนทุกที แล้วเธอบอกกับผมพร้อมกับร้องไห้ไปวว่าทำใจไม่ได้เธอขอเวลาได้ไหมเท่าไหร่ก็ได้ให้แก้ตัวบ้าง ผมจึงยอมให้โอกาสเธอหนึ่งเดือน และบอกกับเธอว่าถ้าอะไรยังไม่ดีขึ้นเราก็ควรจบเรื่องทุกอย่างระหว่างเราซักที ตอนนั้นความรู้สึกของผมสับสนมาก ทั้งดีใจที่จะได้เลิกกับคนเก่าและจะได้คบกับคนใหม่ได้อย่างเปิดเผยซักที แต่ก็เสียใจที่พูดไม่ดีหลายอย่างให้กับคนที่คนที่เขารักเรา โดยที่เธอไม่ได้ผิดอะไรมากมาย เหตุเพียงเพราะผมหาข้ออ้างที่จะเลิกเท่านั้น หรือเพียงเพราะว่าผมจะได้ไปคบกับผู้หญิงคนใหม่ได้ซักที
    ผมดีใจมากที่หาทางออกได้ แต่แล้วมันไม่เป็นอย่างที่ผมคาดไว้ เธอทำตัวดีมากในระยะเวลาหนึ่งเดือน ทำอะไรทุกอย่างให้ดีมากกว่าเดิมแม้ผมไม่กลับบ้าน ก็ไม่จู้จี้ แถมยังรอ ยังตั้งหน้าตั้งตารอทานข้าว รอรับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ที่ผมจะระเบิดกับเธอต่างๆ นานัปการที่จะสรรหามาเพื่อให้ทะเลาะกัน เธอกลับคอยเป็นกำลังใจให้ ทั้งยังรอแม้ผมกลับบ้านดึก หรือไม่กลับเลย หน้าที่
    ไม่เคยขาดตกบกพร่องมีน้ำใจกับคนรอบข้างเสมอ
    จนมาวันหนึ่งผมเดินทางกลับบ้าน แล้วเผลอไปมองข้างถนน เห็นสองตายายกำลังเข็ญรถยืนขายผลไม้ ตอนนั้นฝนก็เริ่มลงเม็ดแล้ว รถเข็นตา ยาย ไม่มีร่มติดในตัวรถ แต่ที่ผมมองเห็น คือ ยายถือร่มเล็กๆ ซึ่งถ้ามองดูแล้ว คงจะกันฝนได้แค่คนเดียวแถมยังไม่ทั่วตัวด้วยซ้ำไป เป็นร่มของเด็กๆ มากกว่า คงไม่ทนฝนได้นานนักเพราะฝนเริ่มตกหนักขึ้นทุกที ผมจอดรถ แล้วมองไปยังทั้งสองท่าน แล้วผมก็พอจะมองเห็นได้ว่าทั้งสองคนยังหลบฝนอยู่โดยใช้ร่มคันเล็กๆ นั้น ผมจึงย้อนกลับมองดูตัวเอง ลองคิดทบทวนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ ผมเหลวไหลอะไรไปตั้งมากมาย ทำร้ายคนที่เขารักผมขนาดนี้ ไม่สนใจ บอกเขาว่าเขาน่ารำคาญทั้งๆ ที่เขาเป็นห่วงและรักเรามาก ด่าทอเขาต่างๆ นานา ทั้งที่เขาไม่ได้ผิดอะไร หาเรื่องให้ทะเลาะ ยั่วให้เขาโมโหเพื่อจะได้ออกไปเที่ยวนอกบ้าน แต่ทุกครั้งเขากลับมาขอโทษเราก่อน ทั้งๆ ที่เราเป็นคนผิด เราตอบแทนผู้หญิงคนหนึ่งอย่างนี้เชียวหรือ แล้วความสุข ความทุกข์ที่เคยผ่านมาในชีวิตเราสองคนนั้นเราลืมได้อย่างไร
    ผมคิดว่าผมยังไม่สายที่จะทำตัวเสียใหม่ ควรทำอะไร เพื่อเธอบ้าง ทำให้เธอให้ดีเท่าที่เธอเคยทำให้ผม ใส่ใจเธอเท่าที่เธอเป็นห่วง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป เพราะเราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอดีตใหม่ได้ อย่างที่ท่านอื่นๆ เคยพลาดโอกาสดีดีในชีวิตมา เรามีสิ่งที่ดีที่สุด
    ในมือ แล้วทำไมไม่ รักษาให้งอกงาม ให้ดียิ่งขึ้น ผมควรหยุดทุกอย่างซักที และเริ่มต้นชีวิตเสียใหม่ทำทุกอย่างให้ดี และดีที่สุด นี่คือสิ่งที่ผมสำนึกได้ นับจากวันนั้นผมจึงตัดสินใจบอกเลิกกับผู้หญิงในฝันของผม และบอกเธอว่าผมไม่ขอเป็นคนสุดท้ายของเธอ แต่ขอเป็นคนที่รักเธอก็พอแล้ว เธอเข้าใจผมทุกอย่าง เราจึงเลิกลากันด้วยดี แต่ยังเป็นเพื่อน และช่วยเหลือกันแก้ปัญหาเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีปัญหา ตลอดมา
    อย่าปล่อยให้ทุกอย่างสายเกินไป แล้วค่อยมาเสียดายวันเวลาที่ไม่เคยหวนกลับ
    ซึ่งเราไม่สามารถเข้าไปแก้ไขวันเวลาเหล่านั้นได้ “แต่” จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อตัวเราและคนที่เขารักเรา ดีกว่าไหม…ครับผม

     

    ได้แต่หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นอุทาหรณ์สำหรับคู่รักทุกคู่นะครับ

    July 28

    ด้วยความหวังดีจากชายในความมืด

    จงทำวันนี้ ขณะนี้ให้ดีที่สุด  ทำปัจจุบันให้ดี

    แล้วอนาคตจะเรียบเรียงตัวมันเอง

     

    เกียรติประวัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเรามิใช่อยู่ที่การไม่เคยพ่ายแพ้ 

    ล้มเหลวแม้แต่ครั้งเดียว  หากแต่อยู่ที่  ทุกครั้งที่พ่ายแพ้ ล้มเหลว 

    แล้วสามารถลุกขึ้นสู้ใหม่ต่างหาก

     

    อุปสรรค  คือ  เครื่องมือสำคัญ  ไว้แยกคนอ่อนแอและคนเข้มแข็ง  ออกจากกัน

     

    คนที่อ่อนแอที่สุด   ถ้าหากทุ่มเทกายใจให้กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

    ก็สามารถประสบความสำเร็จได้  แต่ในมุมกลับกัน 

    คนที่แข็งแรงที่สุด  ถ้าหากจับงานหลายด้านเกินไป 

    ก็จะไม่ประสบความสำเร็จเลยแม้แต่อย่างเดียว

     

    ในโลกนี้  ไม่มีที่ให้  คนท้อ  อยู่

     

    กี่ครั้งที่เราผิดหวัง  กี่ครั้งที่เราร้องไห้ 

    กี่ครั้งที่เราต้องเป็นแบบนี้อีก  ลองใหม่อีกทีเถอะน่า

     

    การลองทำเพียงครั้งแรก  อาจตามมาด้วยความสำเร็จ  

    การลองทำครั้งแล้วครั้งเล่า  สิ่งที่ตามมาคือความสำเร็จ 

    การไม่เคยลองทำ  จะไม่มีคำว่า  สำเร็จ  ตามมา

     

    วิธีหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้  ที่แน่นอนที่สุดคือ 

    ตัดสินใจพิชิตชัยชนะมาเป็นของเราเสีย

     

    ในประวัติศาสตร์  ผู้ที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายไม่เพียงแต่มีความสามารถเหนือคนทั่วไปเท่านั้น

    แต่ยังเป็นผู้ที่มีความเข้มแข็งอย่างยิ่งยวด  อีกทั้งอุดมการณ์อันแน่วแน่

     

    ผู้พ่ายแพ้  คือ  ผู้ถอนตัว

     

    อันมนุษย์เกิดมาว่าดีเลิศ  สุดประเสริฐหากมีได้สิ่งที่หวัง 

    ที่แล้วมายังไม่มีแต่ชีพยัง  ปัจจุบัน  โปรดลิขิต  ชีวิตตน

     

    คนเก่ง ๆ มีมาก  คนที่หายาก  คือ  คนทำจริง

     

    ฝึกใจเราเสมอ  ให้เป็นคนไม่ยอมแพ้  แล้วเราจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ 

    แม้ครั้งที่ 99 ล้มเหลว  แต่ครั้งที่ 100 จะชนะแน่

     

    ที่นี่ไม่ต้องการกระต่างที่วิ่งเร็ว  แต่ต้องการเต่าที่อดทน

     

    ระยะทางแม้จะสั้น  แต่ถ้าไม่เดินก็ไม่มีวันถึง 

    านแม้จะเล็ก  แต่ถ้าไม่ทำ  ก็ไม่มีทางสำเร็จเสร็จสิ้น

     

    ตราบใดที่ฉันยังมีความพยายาม  ฉันรู้ว่า ฉันจะไม่มีวันแพ้

     

    จำไว้  โลกไม่มีที่ว่างให้คนแพ้  ถ้าคุณยอมแพ้  คุณจะถูกเหยียบย่ำ  จนหายไปจากโลก

     

    เขาก็มี  24  ชั่วโมง  เหมือนกับเจ้า  แล้วใยเฝ้าบอกเวลา   เจ้าน้อยเหลือ 

    เขานั้นมีเวลาสร้างดาว  นั้นเหลือเฟือ  แล้วเจ้าเหลือเวลาเพื่อ เพียงสิ่งใด

     

    คนเราไม่ควรยืนได้เพราะมีคนคอยประคับประคองแต่ควรจะลุกขึ้นยืนด้วยตนเอง

     

    ความสำเร็จไม่ได้มีไว้ สำหรับจิตใจคนอ่อนแอ

     

    ในยามท้อแท้และสิ้นหวังอย่าจมอยู่กับความล้มเหลวในวันนั้น   

    มองไปข้างหน้า....คิดถึงวันข้างหน้าซึ่งยังมีเวลาอีกมากมายสำหรับความสำเร็จ  

    โปรดจำไว้ว่า  อุปสรรคและความยากลำบากนั้น  เป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตของคนที่มีคุณค่า 

    มีบางสิ่งที่แย่ยิ่งกว่าความยากลำบาก    สิ่งนั้นคือ  ความเฉื่อยชา

     

    นี่คือถนนของชีวิต  เอกสิทธิ์เลือกได้ดั่งใจฝัน 

    พรหมลิขิตเลือกใด้ที่ไหนกัน  คุณเท่านั้นที่ลิขิตชีวิตคุณ

     

     

     

    ลิขิตเป็นของฟ้า   ( ผลการกระทำ )    ชะตาเป็นของเรา   ( เลือกที่จะกระทำ )

    ชีวิตเราไม่ใช่ชะตาฟ้าลิขิต   ถึงจะใช่เราก็จะฝืนชะตาฟ้า

    ชีวิตเราเรากำหนดเอง   เราจะไม่ยอมให้เป็นไปตามความต้องการของสิ่งใด

    เราจะไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา 

    เราจะสร้างอนาคตของเราด้วยตัวเราเอง

     

    ขอให้ทุกคนเลือกที่จะกำหนดชีวิตตัวเอง  โดยไม่รอฟ้าดินกำหนด

    ด้วยความหวังดี และเป็นห่วง     

     

    จาก   ชายในความมืด